ASEAN STUDIES CENTER

  หน้าแรก
  ความเป็นมา ASEAN
  ประเทศในกลุ่ม ASEAN
  บทความเกี่ยวกับ ASEAN
  สื่อการเรียนรู้ ASEAN
   
  ติดต่อเรา

โรงเรียนต้นแบบ ASEAN



โรงเรียนบ้านเขาส่องกล้อง

โรงเรียนคู่ขนานพัฒนา ASEAN



โรงเรียนอนุบาลบ้านนา


โรงเรียนอนุบาลองครักษ์


รงเรียนวัดคีรีวัน

 

   
 

ขับเคลื่อนการศึกษานครนายก...ก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
ศูนย์อาเซียนศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

      จากกระแสของประชาคมอาเซียนในช่วงนี้ไม่ว่าจะไปไหนมาไหน จะได้ยินและพบป้ายที่เกี่ยวข้องกับการก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ทั้งสิ้น ทั้งสื่อวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แม้กระทั่งในสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ เช่น face book ,twitter และ weblog เป็นต้น ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) ประกอบ ด้วย 10 ประเทศ คือ ไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และกัมพูชา มีประชากรรวมกันประมาณ 600 ล้านคน เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ผู้นำอาเซียนได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ที่เรียกว่า ข้อตกลงบาหลี 2 เห็นชอบให้จัดตั้งประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) คือการให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกันให้สำเร็จภายในปี พ.ศ. 2563 (ค.ศ. 2020) แต่ต่อมาได้ตกลงร่นระยะเวลาจัดตั้งให้เสร็จในปี พ.ศ. 2558 (ค.ศ. 2015) เนื่องจากการแข่งขันและอัตราการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจรุนแรงและสูงมากในช่วงที่ผ่านมา และเพื่อการปรับตัวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกในปัจจุบัน  ในการประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ที่ชะอำ หัวหิน เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2552 โดยนายกรัฐมนตรีของไทยและผู้นำของประเทศต่าง ๆ ในอาเซียนได้ลงนามรับรองปฏิญญาชะอำหัวหิน ว่าด้วยแผนงานจัดตั้งประชาคมอาเซียน (ค.ศ. 2009- 2015) เพื่อจัดตั้งประชาคมอาเซียนภายในปี 2558 ประชาคมอาเซียนประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา คือ:
 
    1.ประชาคมด้านการเมืองและความมั่นคง (ASEAN Security Community– ASC) โดยใช้การศึกษาเป็นตัวนำ
     2.ประชาคมด้านเศรษฐกิจ
(ASEAN Economic Community– AEC) ทุกประเทศจะต้องพัฒนาความสามารถในการแข่งขันในเวทีโลก
      3.ประชาคมด้านสังคมและวัฒนธรรม (ASEAN Socio-Cultural Community- ASCC) ให้ถือว่าความงดงามมาจากความแตกต่างและหลากหลาย วัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนกัน แต่ในความหลากหลายทางวัฒนธรรมนั้นจะช่วยสร้างความร่วมมือในลักษณะสังคมเอื้ออาทร
       โดยมีเป้าหมายร่วมกันคือ ทั้ง 3 เสาหลักส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกัน เพื่อให้สามารถก้าวไปสู่ความสำเร็จของการเป็นประชาคมอาเซียนได้ภายในปี 2558 หรืออีก 2 ปีข้างหน้า และต่างเห็นพ้องต้องกันว่าการศึกษาเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งในการพัฒนาประเทศ ให้ความสำคัญในการใช้กลไกการศึกษาขับเคลื่อนอาเซียนให้บรรลุวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 ที่มุ่งให้อาเซียนมีวิสัยทัศน์สู่ภายนอก มีสันติสุข และเชื่อมโยงเข้าด้วยกันในการเป็นหุ้นส่วนในสิ่งแวดล้อมของประชาธิปไตยและมีอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน การพัฒนาที่มีพลวัตร และการรวมตัวทางเศรษฐกิจที่ใกล้ชิดและในสังคมที่เอื้ออาทรที่ระลึกถึงสายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์ รับรู้มรดกทางวัฒนธรรมที่มีร่วมกัน และเชื่อมในอัตลักษณ์ของภูมิภาค ประเทศไทยได้ตระหนักถึงบทบาทและภารกิจสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือกับอาเซียน เพื่อสร้างความแข็งแกร่งของอาเซียนในเวทีโลกโดยการใช้กลไกความร่วมมือด้านการศึกษานำพาอาเซียนสู่การเป็นประชาคมที่มีความมั่นคง ดังนั้นทุกภาคส่วนต้องเร่งแสวงหาความร่วมมือเพื่อเดินหน้าขับเคลื่อนเตรียมพร้อมเด็กไทยก้าวสู่ประชาคมอาเซียนตามเป้าหมาย กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินโครงการพัฒนาประชาคมสู่อาเซียน (Spirit of ASEAN) เพื่อรองรับการรวมกลุ่มของประเทศอาเซียน ในปี 2558 โดยจัดตั้งโรงเรียน Buffer School เป็นโรงเรียนที่อยู่ติดชายแดนกับประเทศสมาชิก อาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ ลาว พม่า กัมพูชา และมาเลเซีย โรงเรียน Sister School เป็นโรงเรียนที่มีความพร้อม มีความเข้มแข็งทั้งในเรื่องของภาษาและ ICT ที่อยู่ในพื้นที่อื่น ๆ ที่ไม่ติดชายแดน แต่มีการประสานสัมพันธ์กับอาเซียน 5 ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และบรูไน เป็นต้น  นอกจากนี้ยังต้องพัฒนาเด็กและเยาวชนไทยให้มีศักยภาพพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงของกระแสสังคมโลกได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญคือทุกภาคส่วนในสังคมต้องผสานความร่วมมือขับเคลื่อนการศึกษาไทยให้ก้าวไปสู่เวทีโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

         สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเตรียมพร้อมนักเรียน ครู และโรงเรียนในสังกัดเพื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนดังกล่าวข้างต้น จึงจัดตั้งศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก (Asean Studies Center Nakhonnayok Primary Educational Service Area) เพื่อดำเนินการจัดการศึกษา และกิจกรรมการเรียนการสอนของนักเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกได้มีความรู้ และความเข้าใจ ในเรื่องกฎบัตรอาเซียน  ประเทศในอาเซียน ภาษาอาเซียน  ภาษาประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน  ความต่างและความเหมือนของประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมอาเซียน  โดยมีแผนการดำเนินการของศูนย์อาเซียนศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมของโรงเรียน ครู นักเรียน และบุคลากรในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก ไว้ดังนี้
     1. สร้างความตระหนัก และให้ความรู้อาเซียน แก่ครู บุคลากร และนักเรียน
  
   -
จัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ เรื่อง กฎบัตรอาเซียน และประชาคมอาเซียน ผ่านทางหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น หนังสือพิมพ์ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก และผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์
       - จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน แก่ ครู นักเรียนโรงเรียนแกนนำ และโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา

     
- จัดกิจกรรมสัปดาห์อาเซียน ณ ที่ตั้งศูนย์อาเซียนศึกษา
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก 
     2. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาสู่กระบวนการสอนอาเซียนศึกษา
      -จัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดทำหลักสูตรอาเซียนศึกษา ให้แก่คณะครูทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ สำหรับทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก
  
  -จัดทำแบบเรียนอาเซียนสำหรับโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

  
- จัดตั้งโรงเรียนนานาชาติอาเซียน / ห้องเรียนอาเซียน
   3. ส่งเสริมกิจกรรมการสอนภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน (ลาว พม่า กัมพูชา)
  
- จัดกิจกรรมพัฒนาให้ความรู้เกี่ยวกับภาษาอังกฤษ และภาษาอาเซียนแก่ครู
  
- จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนการเรียนการสอนของโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนเครือข่ายร่วมพัฒนา

   4. พัฒนา จัดหา และบริการสื่อการเรียนรู้อาเซียน

  
- จัดหาสื่อที่หลากหลายบริการโรงเรียน

  
- พัฒนาสื่อที่เกี่ยวข้องอาเซียน
   5. บริการการเรียนรู้เคลื่อนที่ (Mobile Learning Service)
  
- จัดกิจกรรมบริการความรู้เคลื่อนที่ (อาเซียนสัญจร)

  
- บริการเคลื่อนที่สัญจรตามการร้องขอของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก

6. จัดค่ายวิชาการประชาคมอาเซียน ( Show & Share )

  
- จัดกิจกรรมค่ายวิชาการอาเซียนของนักเรียน
  
- จัดกิจกรรมนิทรรศการ และเผยแพร่ผลงานการเรียนรู้และการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนของ โรงเรียน ครู บุคลากรและนักเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกสู่สาธารณะ
     นอกจากนี้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายังได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐานให้เป็นโรงเรียน ASEAN Learning School ได้แก่ โรงเรียนบ้านเขาส่องกล้อง เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมต้นแบบอาเซียนศึกษา ขณะเดียวกันศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกได้พัฒนาโรงเรียนในสังกัดเพื่อร่วมเป็นโรงเรียนพัฒนาคู่ขนานกับโรงเรียนบ้านเขาส่องกล้องที่เป็นตัวแทนในฐานะโรงเรียน ASEAN Learning School ควบคู่กันไปด้วย ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนอนุบาลบ้านนา โรงเรียนอนุบาลองครักษ์ และโรงเรียนวัดคีรีวัน  ศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกที่ได้ดำเนินการเตรียมความพร้อมครู ผู้บริหารโรงเรียน โดยการพัฒนาให้ความรู้การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสำหรับอาเซียน เพื่อให้ครู ผู้บริหารโรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเบื้องต้นสามารถสื่อสารได้เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน  
      ดังนั้นเมื่อก้าวสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แล้ว ครู นักเรียน ผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายก จะมีความพร้อมในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมอาเซียน เนื่องจากได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมไว้ก่อนหน้าตามที่ศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกได้วางแผนดำเนินการตามเป้าหมายที่ได้กล่าวมาแล้วในตอนต้น  และมีความคาดหวังนักเรียนทุกคนในจังหวัดนครนายกมีความรู้ ความเข้าใจในประชาคมอาเซียนเป็นอย่างดีทุกคน เนื่องจากมีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนสนองตอบเป้าหมายของอาเซียน เนื่องจากโรงเรียนมีหลักสูตร และแบบเรียนที่ศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกได้สร้างขึ้นมาเพื่อใช้ประกอบการเรียนอาเซียนศึกษาโดยเฉพาะ หากประสงค์ต้องการรับข่าวสารจากศูนย์อาเซียนศึกษาสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกโดยเข้าสู่เครือข่ายสังคมออนไลน์ และสามารถแสดงความคิดเห็นได้ที่  http://aseankhonyok.org/ เพื่อนำความคิดเห็นนั้น ๆ ไปเพื่อพัฒนาการเรียนการสอนอาเซียนศึกษาของจังหวัดนครนายก โดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครนายกต่อไป.